คาสิโน SBOBET ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ – ‘มินิ มูรินโญ’ วัย 29 แห่งบุนเดสลีก้า

OPINION: ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ - ‘มินิ มูรินโญ’ วัย 29 แห่งบุนเดสลีก้า

จากโค้ชที่ถูกปรามาสว่ามาจากการแต่งตั้งของคนบ้า วันนี้ผลงานไร้พ่ายของเขาจะทำให้คุณต้องถามตัวเองว่า กำลังทำอะไรตอนอายุ 29

คาสิโน SBOBET ศึกบุนเดสลีก้าประจำฤดูกาล 2016-17 ผ่านไปแล้ว 10 เกม แน่นอนว่าความสนใจของคนส่วนใหญ่คงมุ่งไปที่ผลงานสุดเซอร์ไพรส์ของ อาร์บี ไลป์ซิก ทีมน้องใหม่ฟอร์มแรงที่ทำแต้มทาบจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่า 4 สมัยซ้อน เป็นรองแค่ผลบวกประตูได้เสีย ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสัมผัสเกมบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก

แต่มีอีกหนึ่งสโมสรที่พัฒนาฟอร์มขึ้นมาแบบก้าวกระโดด จากสโมสรที่เกือบหล่นชั้นสู่ลีก้าสองเมื่อปีก่อน กลายสภาพเป็น 1 ใน 5 สโมสรของลีกใหญ่ยุโรปที่ยังแพ้ใครไม่เป็นจนถึงตอนนี้(ร่วมกับ บาเยิร์น, ไลป์ซิก, สเปอร์ส และ เรอัล มาดริด) นั่นก็คือ ฮอฟเฟนไฮม์ ที่ปัจจุบันยึดอันดับสามของตาราง ด้วยผลงานชนะ 5 เสมอ 5 ที่สำคัญกุนซือของพวกเขาเพิ่งมีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น

ยูเลียน นาเกิลส์มัน คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมหมู่บ้านแห่งความหวัง เขากลายเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ด้วยวัยเพียง 28 ปี 5 เดือน หลังต้องเข้ารับตำแหน่งก่อนกำหนดแทน ฮุบบ์ สตีเฟนส์ เทรนเนอร์คนเก่าที่ขอถอนตัวกะทันหันเพราะมีปัญหาสุขภาพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เส้นทางการคุมทีมของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเจออุปสรรคตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแต่งตั้ง เมื่อแฟนบอลของสโมสรส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเขายังขาดประสบการณ์และไม่เคยผ่านการคุมทีมระดับอาชีพมาแม้แต่น้อย ขณะที่ทีมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น ถึงขนาด “ Frankfurter Rundschau” สื่อท้องถิ่นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า “มันเป็นความคิดของคนบ้า”

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ผู้บริหารของฮอฟเฟนไฮม์เชื่อมั่นและกล้าเสี่ยงมอบอนาคตของสโมสรไว้ในมือของชายผู้ที่ไม่เคยผ่านการคุมทีมในลีกสูงสุดมาเลย?

นาเกิลส์มันเคยเป็นนักเตะเยาวชนของ 1860 มิวนิค และ เอาก์สบวร์ก ทว่ากลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหัวเข่าจนต้องแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 19 ปี นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางของการเป็นผู้ฝึกสอนเร็วกว่าคนอื่น เขาหันมาเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาและสอบใบไลเซนซ์โค้ชในเวลาต่อมา

นาเกิลส์มันจับงานโค้ชครั้งแรกตอนอายุ 21 กับทีมเยาวชนของเอาก์สบวร์ก ที่นั่นเองทำให้เขาเจอกับ โธมัส ทูเคิล นายใหญ่ดอร์ทมุนด์คนปัจจุบัน และได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากหัวหน้างานคนนี้ โดยเฉพาะการเล่นเกมรุกและเกมเพรสซิง ก่อนนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเองจนฝีมือพัฒนาขึ้นตามลำดับและถูกฮอฟเฟนไฮม์ดึงตัวมาคุมทีมเยาวชนในปี 2010

นาเกิลส์มันสร้างชื่อด้วยการนำทีมชุดยู-19ของสโมสรคว้าแชมป์ลีกเยอรมันในฤดูกาล 2013-14 จนถูก บาเยิร์น มิวนิค ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จีบเข้าไปทำทีมชุดยู-23 แต่เจ้าตัวตัดสินใจปฏิเสธและตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเยาวชนของฮอฟเฟนไฮม์ต่อไป

นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่บอร์ดบริหารของสโมสรเลือกเขาเข้ามาคุมทีมชุดใหญ่ พวกเขาเริ่มมองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวโค้ชหนุ่มรายนี้ มิเช่นนั้นทีมเบอร์หนึ่งของประเทศอย่างเสือใต้คงไม่พยายามทาบทามไปแน่

โอกาสคุมทีมระดับอาชีพครั้งแรกในชีวิตกับภารกิจนำทีมหนีตกชั้นในลีกระดับท็อปของยุโรป ไหนจะต้องแบกรับความกดดันและเสียงถากถางจากคนที่ไม่เห็นด้วยอีก นี่คืองานหินยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีกสำหรับกุนซือหน้าใหม่อย่างนาเกิลส์มัน

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อน้ำยาของเขาและต่างคิดว่าฮอฟเฟนไฮม์คงตกลงไปเล่นในลีก้าสองเป็นแน่ แต่นาเกิลส์มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนเรานั้นตัดสินกันจากอายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เมื่อเขานำทีมทำผลงานดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาและเก็บคะแนนอย่างต่อเนื่อง จากแต่ก่อนเคยได้ 0.7 แต้มต่อเกม เพิ่มเป็น 1.7 แต้มต่อเกมในยุคของเขา จนสโมสรขยับจากอันดับ 17(รองบ๊วย) ขึ้นมาจบอันดับ 15 ของตาราง รอดตกชั้นแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องเล่นเกมเพลย์ออฟ และยังต่อยอดพัฒนาทีมจนยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้

นาเกิลส์มันสยบข้อกังขาของทุกคนจนหมดสิ้นและสถาปนาตัวเองเป็นผู้จัดการทีมแบบเต็มภาคภูมิ คนในวงการลูกหนังต่างชื่นชมในความสามารถของเขา ไม่เพียงแค่ผลงานของฮอฟเฟนไฮม์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางหมากเกมอันหลากหลายและอารมณ์อันสุขุมเกินวัย

เทรนเนอร์วัย 29 ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นตลอด 6 เกมแรกของซีซั่นนี้ เขาใช้ระบบ 4-3-3, 4-4-2 และ 3-5-2 สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอย่างชาญฉลาด โดยขึ้นอยู่กับคู่แข่งและสถานการณ์ของทีมในแต่ละเกม จุดนี้เองทำให้ฝ่ายตรงข้ามจับทางไม่ถูกและเปิดโอกาสให้ลูกทีมที่ส่วนใหญ่อายุยังน้อย(มีอายุเกิน 30 แค่ 2 คน)ได้เรียนรู้แท็คติคในหลายรูปแบบ จนถูกขนามนามว่า ”มินิ มูรินโญ” ด้วยกึ๋นการแก้เกมที่คล้ายกับเทรนเนอร์คนดังชาวโปรตุกีสสมัยขึ้นมาใหม่ๆ

นาเกิลส์มันเพิ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อในบ้านเกิดเมื่อเดือนก่อนว่า หลักการคุมทีมของเขาประกอบด้วย แท็คติค 30% และ วุฒิภาวะทางสังคม 70% เขาเชื่อว่านักเตะจะทำผลงานได้ดีอย่างที่วางแผนไว้หากสภาพจิตใจอยู่ในภาวะมั่นคงไม่วอกแวก

เขาพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ในเกมบุกถลุงเลเวอร์คูเซน 0-3 เขายืนนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ทั้งที่ถูก โรเจอร์ ชมิดต์ เทรนเนอร์ทีมเจ้าถิ่นตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ผลสุดท้ายชมิดต์ถูกไล่ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์และถูกแบนห้ามคุมทีม 2 เกม ขณะที่นาเกิลส์มันยืนคุมลูกทีมเล่นอย่างสบายใจจนครบ 90 นาที

ลูกศิษย์ของทูเคิลรายนี้ยังแสดงจิตใจอันเด็ดเดี่ยวกล้าได้กล้าเสียในเกมต่อมากับ แฮร์ธา เบอร์ลิน ด้วย เขาตัดสินใจส่ง อดัม ซาไล กองหน้าลงมาแทน ลูคัส รุปป์ กองกลางในช่วงท้ายเกมทั้งที่ทีมนำอยู่ 1-0 หากเป็นคนอื่นคงเลือกส่งแนวรับลงแพ็คเกมเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่มากกว่า แต่เขากลับเลือกส่งแนวรุกลงมากดดันและหมายยิงประตูฝังคู่แข่งโดยไม่กลัวว่าจะถูกตีเสมอ

หากนับผลงานนับตั้งแต่นาเกิลส์มันเข้ามาคุมฮอฟเฟนไฮม์เมื่อช่วงต้นปี พวกเขาคือสโมสรที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในบุนเดสลีก้า เป็นรองเพียงแค่ บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากโปรแกรม 23 นัด

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนบอลของทีมหมู่บ้านแห่งความหวังจะฝันถึงตั๋วยูฟา แชมเปียนส์ ลีก หลังเคยใกล้เคียงกับการไปถึงจุดนั้นเมื่อฤดูกาล 2008-09 เมื่อพวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์ในช่วงปิดเลกแรก แต่สุดท้ายกลับอกหักเพราะดันฟอร์มรูดจนหล่นมาจบอันดับ 7 ของตาราง

ขณะเดียวกันผลงานอันสุดยอดของนาเกิลส์มันคงทำเอาฮอฟเฟนไฮม์อยู่ไม่เป็นสุขเช่นกัน ยิ่งเขานำทีมโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหน ความสนใจจากทีมอื่นที่มีมาถึงตัวเขายิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น เหมือนอย่างที่ ดีทมาร์ ฮ็อปป์ ผอ.การเงินของสโมสรพูดว่า

“ด้วยพรสวรรค์การเป็นโค้ชอันล้นเหลือ เวลาที่ฮอฟเฟนไฮม์เล็กเกินไปสำหรับเขาจะมาถึงในสักวัน”

ไม่แน่ว่าทีมนั้นอาจเป็น บาเยิร์น มิวนิค ที่กลับมาทวงลายเซ็นของ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ อีกครั้งก็เป็นได้